Present Perfect Tense
บันทึกโพสใน English 2
Present Simple Tense
Present Simple Tense โครงสร้าง : Subject + Verb 1 + (Object) หลักการใช้ 1. ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นจริงเสมอ หรือเหตุการณ์ที่เป็นไปตามธรรมชาติ เช่น The sun rises in the east. (พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก) The cat has four legs. (แมวมีสี่ขา) 2. ใช้แสดงถึงการกระทำที่เป็นปรกตินิสัย หรือการกระทำนั้นเกิดขึ้นเป็นประจำ มี Adverb of Frequency แสดง I have my breakfast everyday. (ผมรับประทานอาหารเช้าทุกวัน) Everybody wears thick clothes in winter. (ทุกๆ คนสวมเสื้อหนาๆ ในฤดูหนาว) We go to temple every Sunday. (พวกเราไปวัดทุกๆ วันอาทิตย์) 3. ใช้แสดงถึงการกระทำที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือสภาพที่เป็นปัจจุบัน เช่น She understands what you say. (เธอเข้าใจที่คุณพูด) I have four notebooks in the suitcase. (ฉันมีสมุด 4 เล่มอยู่ในกระเป๋า) 4. ใช้แสดงถึงการกระทำในอนาคต ซึ่งตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะปฏิบัติ The next semester begins in two weeks. (อีก 2 อาทิตย์จึงจะเปิดเทอมหน้า) He sets sail o n Saturday for Samui. (เขาจะออกเรือไปสมุยในวันเสาร์) หมายเหตุ* อย่าลืมนะว่าถ้าประธานเป็นเอกพจน์ กริยาต้องเติม S ห้ามลืมกฎข้อนี้เด็ดขาดนะ!!!
Present Simple Tense
![]()
![]()
บันทึกโพสใน English 2
Conversation
ประโยคทั่วไป
| สวัสดี | ฮัล – โหล | Hello |
| สบายดีไหม | ฮาว – อา – ยู | How are you? |
| สบายดี | แอม – ฟายน์ | I’m fine |
| ยินดีที่ได้รู้จัก | พลีส – ทู – มี๊ท – ยู | Pleased to meet you |
| ขอบคุณ | แต้ง – กิ้ว | Thank you |
| ไม่เป็นไร | เนฟ – เวอร์ – มายด์ | Never Mind |
| ขอโทษ | ซอร์ – รี่ | Sorry |
| พูดภาษาอังกฤษไม่เก่งครับ | ไอ – แคน – น็อท – สปี๊ก – อิง – ลิช – เวล | I cannot speak English well. |
| พูดช้าๆ หน่อย | พลีส – สปี๊ก – สโลว์ – ลี่ | Please speak slowly |
| ผมไม่เข้าใจ | ไอ – โด้นท์ – อัน – เดอะ – สแตนด์ | I don’t understand |
| โชคดีนะ | กู๊ด – ลัค | Good luck |
| มีใครพูดภาษาไทยได้บ้าง | ด๊าซ – เอน – นี่ – วัน – สปี๊ก – ไทย | Does anyone speak Thai? |
| เข้าใจไหมครับ | ดู – ยู – อัน – เด้อ – สแตนด์ | Do you understand? |
| ถ่ายรูปได้ไหม | เม – ไอ – เทค – อะ – โฟ – โต้ – กราฟ | May I take a photograph? |
| ห้องน้ำอยู่ไหน | แว – อีส – เดอะ – ทอย – เล็ต | Where is the toilet? |
| อันนี้ราคาเท่าไร | ฮาว – มัช – ด๊าซ – ดีส – คอส | How much does this cost? |
| นี่คืออะไร | ว๊อท – อีส – ดีส | What is this? |
| แพงมาก | เว – รี่ – เอ็กซ์ – เพน – ซีฟ | Very expensive |
| มีอะไรที่ถูกกว่านี้ไหม | ดู – ยู – แฮฟ – ซัม – ติง – ชีบ – เปอร์ | Do you have something cheaper? |
| เช็คบิลครับ | บีล – พลีส | Bill please |
| บ๊าย บาย | กู๊ด – บาย | Good bye |
| แล้วเจอกัน | ซี – ยู – อะ – เกน | See you again |
บันทึกโพสใน English 2
Irregular Verbs
|
Irregular Verbs |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
บันทึกโพสใน English Grammar
Punctuation เครื่องหมายวรรคตอน
|
Punctuation เครื่องหมายวรรคตอน |
|
|
บันทึกโพสใน English Grammar
Conjunctions
|
Conjunctions |
||||||||||||||||||||||||
|
Coordinating Conjunctions (คำสันธานที่เชื่อมข้อความที่เท่าเทียมกัน)
and = และ ใช้เชื่อมข้อความที่คล้อยตามกันทำหน้าที่เชื่อมคำที่เป็นชนิดเดียวกันเช่นกริยากับกริยา คำนามกับคำนาม I love Pranee and Pongsee. Subordinating Conjunctions (คำสันธานที่เชื่อมอนุประโยคเข้าด้วยกัน)
She led the team not only in statistics but also by virtue of her enthusiasm. |
บันทึกโพสใน English Grammar
Comparisons การเปรียบเทียบ
|
Comparisons การเปรียบเทียบ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
การรเปรียบเทียบมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบคือ 1. การเปรียบเทียบในขั้นปกติ มีโครงสร้างดังนี้ คำที่นำมาเปรียบเทียบอยู่ระหว่างคือคำคุณศัพท์ (adjective) และคำกริยาวิเศษณ์ (adverb) as………as ใช้แสดงการเปรียบเทียบที่เท่ากัน the same……as ใช้แสดงการเปรียบเทียบที่เท่ากัน คำที่ใช้ระหว่าง the same ……as จะต้องเป็นคำนาม เช่น Note: หลัง as/than ถ้าไม่มี verb ตาม เราจะใช้ me/ him/ her/ them/ us 2. การเปรียบเทียบในขั้นกว่า (comparative degree) เป็นการเปรียบเทียบคน 2 คน สิ่งของ 2 สิ่งมีโครงสร้างดังนี้
He is older than me. Note: 1.ในการเปรียบเทียบขั้นกว่าเราสามารถใช้ a bit , a little, a lot, much, far,หรือ rather ขยาย 2. ในการเปรียบเทียบขั้นกว่าเมื่อต้องการแสดงให้เห็นการเพิ่มขึ้นหรือแปรตรงต่อกัน The harder you study, the more you learn. 3. การเปรียบเทียบในขั้นสูงสุด (superlative degree) เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นที่สุดมีโครงสร้างดังนี้
Tom is the tallest in the class. the least +adj./adv การเปลี่ยนขั้นปกติให้เป็นขั้นกว่าและขั้นสูงสุด 1. เติม er และ est ในคำพยางค์เดียว
He is tall. 2. เป็นคำพยางค์เดียวมีสระเดียวและตัวสะกดเดียวทำเป็นขั้นกว่าและขั้นสูงสุดด้วยการเติม
She is fat.
Math is easy. 4. คำที่มีสองพยางค์และลงด้วย er, re, le และ ow เติม er ในขั้นกว่าและเติม est ในขั้นสุงสุด
I am clever. 5. คำกริยาวิเศษณ์ที่ลงท้ายด้วย ly ให้เติม more ในขั้นกว่าและเติม most ในขั้นสุงสุด
6. คำที่สามารถเติมได้ทั้ง er, est หรือ more, most
7. คำคุณศัพท์ที่มีสองพยางค์ออกเสียงยาวใช้ more และ most
8. คำคุณศัพท์ที่สามพยางค์ขึ้นไปให้ใช้ more และ mostได้เท่านั้น
9. คำที่ไม่เป็นไปตามกฎ
|
บันทึกโพสใน English Grammar
Helping or Auxiliary Verbs กริยาช่วย
|
Helping or Auxiliary Verbs กริยาช่วย |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
กริยาช่วยมีด้วยกันทั้งหมด 24 ตัวดังนี้
Verb to do ได้แก่คำว่า do, does, did Past Simple They have watched the movie. 2. Verb to have ที่เป็นกริยาแท้แปลว่า “มี” “รับประธาน”เช่น can could แปลว่า “สามารถ” 2.เราจะไม่ใชั can กับ infinitive หรือ participles แต่เมื่อจำเป็นเราจะใช้คำอื่นแทนเช่น 3. เราใช้ can และ could 3.1 กับความสามารถ (ability) may might We may take a day off next week. 3.การใช้ may/might กับ have ใช้แสดงการคาดคะเนที่อาจจะเกิดขึ้นในอดีต will would 2.ใช้กับประโยค Would you mind if…. shall should 2. ใช้ในการเสนอหรือให้คำแนะนำ และใช้เมื่อขอคำแนะนำเราจะใช้ must need เป็นได้ทั้งกริยาช่วยและกริยาแท้ dare แปลว่า “กล้า “เป็นได้ทั้งกริยาช่วยและกริยาแท้ ought แปลว่า “ควรจะ” มีหลักการใช้ดังนี้ used to แปลว่า “เคย” (be) used to +noun / ing แปลว่า “เคยชิน” |
บันทึกโพสใน English Grammar
Articles
|
Articles |
|
คำ article แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ A. Indefinite Article ได้แก่ a, an หลักการใช้ a, an 1. ใช้ an นำหน้าคำที่ขึ้นต้นด้วยสระ a, e, i, o,u หรือออกเสียงสระไม่ว่าจะเขียนขึ้นต้นด้วยพยัญชนะก็ตามเช่น 2. ใช้ a, an นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่นับได้เสมอที่มีความหมายเป็น”หนึ่ง” 3. ใช้ a,an นำหน้าคำที่บอกอาชีพ 4. ใช้ a, an นำหน้านามเอกพน์ที่แปลเป็นต่อ…(หน่วย) 5. ใช้ a กับการเจ็บไข้ได้ป่วยเช่น 6. ใช้ a,an ในประโยคอุทานตามหลัง what เช่น เราจะไม่ใช้ a,an กับสิ่งต่อไปนี้
หลักการใช้ the 2. ใช้ the นำหน้าคำนามที่มีสิ่งเดียว 3. ใช้ the นำหน้าชื่อครอบครัวเช่น 4. ตามปกติเราใช้ the นำหน้าชื่อหนังสือพิมพ์เช่น 5. ใช้ the กับชื่อสถนาที่ 6. ใช้ the เมื่อเราพูดโดยทั่วไปในเรื่องเครื่องดนตรี 7. ใช้ the ก่อนคำว่า same 8. ใช้ the + คำคุณศัพท์เมื่อกล่าวถึงกลุ่มบุคคลเป็นพิเศษ 9. ใช้ the กับคำนามที่เราได้กล่าวมาแล้วทั้งผู้พูดและผู้ฟังรู้ว่ากำลังพูดถึงสิ่งใด เราจะไม่ใช้ the กับสิ่งต่อไปนี้ |
บันทึกโพสใน English Grammar
Gerunds กริยาที่เติม ing
|
Gerunds กริยาที่เติม ing |
|
1. ทำหน้าที่เป็นประธานของกริยาเช่น 2. ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยาเช่น 3. ทำหน้าที่เป็นกรรมตามหลังคำบุพบทเช่น 4. ใช้ในคำนามผสมเช่น กริยาที่ใช้ตามด้วย gerund ได้แก่คำว่า กริยาที่ตามหลัง gerund (V.-ing) หรือ infinitive (to v1) แต่ความหมายแตกต่างกัน 2.forget ลืม 3. stop หยุด 4.regret เสียใจ 5. try 6. sorry กริยาต่อไปนี้ตามได้ทั้ง gerund (V.-ing) หรือ infinitive (to v1) แต่ความหมาย |
บันทึกโพสใน English Grammar


